หอการค้าชี้ตัวเลขขาดดุลการค้าสะท้อน ศก.ไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน
副业指南2026-09-16 11:41:598727作者:tdnnysw
หอการค้าชี้ตัวเลขขาดดุลการค้าสะท้อนศกไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ที่ขยายตัว 20.8% และเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 สะท้อนให้เห็นว่าภาคการส่งออกของไทยยังมีศักยภาพและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของประเทศมหาอำนาจ โดยครึ่งปีแรกของปี 2569 การส่งออกไทยยังขยายตัวได้ 17.6% แม้ว่าการนำเข้าจะขยายตัวสูงกว่าการส่งออก ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าในช่วงครึ่งปีแรก แต่การประเมินสถานการณ์ไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขขาดดุลเพียงอย่างเดียว หากต้องวิเคราะห์ คุณภาพของการค้า และ โครงสร้างของการนำเข้าและการส่งออก ควบคู่กัน เพราะจะสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจที่แท้จริงมากกว่า
ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สะท้อนว่า การนำเข้าของไทยกว่า 72% อยู่ในกลุ่ม สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป รวมถึง สินค้าทุน ซึ่งเป็นวัตถุดิบ ชิ้นส่วน เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตและการลงทุน ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วนเพียงประมาณ 9% ของการนำเข้าทั้งหมด ในกลุ่มสินค้าที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ อุปกรณ์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องจักรกล และวัตถุดิบสำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนว่าการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับการลงทุน การเพิ่มกำลังการผลิต และการเตรียมวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตและการส่งออกในอนาคต มากกว่าการนำเข้าเพื่อการบริโภคเพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน หากพิจารณาด้านตลาดส่งออก จะเห็นว่าการเติบโตไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในตลาดใดตลาดหนึ่ง แต่มีการกระจายตัวไปยังหลายภูมิภาค ทั้งตลาดหลักและตลาดใหม่ โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา ที่ยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ อาเซียน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ต่างมีการเติบโตในระดับที่น่าพอใจ อีกทั้งตลาดรองหลายแห่ง เช่น ออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา และเอเชียใต้ ก็ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการกระจายความเสี่ยงและปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ด้านโครงสร้างสินค้า การส่งออกของไทยได้รับแรงสนับสนุนจากสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่สินค้าเกษตรหลายรายการยังเผชิญแรงกดดันจากราคาสินค้าและภาวะตลาดโลก สะท้อนว่าโครงสร้างการส่งออกของไทยกำลังปรับตัวไปสู่สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Global Value Chain ไปสู่ Regional Value Chain จากผลของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของภาคธุรกิจโลก ประเทศไทยจึงไม่ได้แข่งขันเฉพาะด้านการส่งออกอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันเพื่อเป็นฐานการผลิต การลงทุน และศูนย์กลางของห่วงโซ่มูลค่าในภูมิภาค
ดร.พจน์ กล่าวว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าอาจเป็นภาพที่ต้องติดตามในระยะสั้น แต่สิ่งที่ตัวเลขกำลังสะท้อนในระยะยาว คือการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านตลาดส่งออก โครงสร้างสินค้า และการลงทุน โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขดุลการค้ากลับมาเป็นบวก แต่คือการรักษาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ประธานหอการค้าไทย กล่าวอีกว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังปรับโครงสร้าง ไทยควรเร่งสร้างแต้มต่อผ่านนโยบายที่เชื่อมโยง การค้า การลงทุน และอุตสาหกรรม เข้าด้วยกัน โดยเร่งเดินหน้าการเจรจา ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ และการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยเฉพาะ ไทย–สหภาพยุโรป (EU) และ ไทย–สหราชอาณาจักร (UK) เพื่อเปิดตลาดใหม่ ลดอุปสรรคทางการค้า และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมกันนี้ ภาครัฐควรเดินหน้าดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างเครือข่ายการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ และการเข้าถึงตลาดในระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยใน Regional Value Chain และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ ภาครัฐควรรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระบบการค้าโลก ด้วยการกำกับดูแลเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าและการใช้สิทธิทางการค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมอำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน
ดร.พจน์ ย้ำว่า ประเทศไทยต้องมองการค้าและการลงทุนเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะการส่งออกที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากการมีฐานการผลิตที่เข้มแข็ง การลงทุนที่มีคุณภาพ การเปิดตลาดใหม่ผ่าน FTA และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าของภูมิภาค หากเราสามารถใช้จังหวะของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่ ก็จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ที่ขยายตัว 20.8% และเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 สะท้อนให้เห็นว่าภาคการส่งออกของไทยยังมีศักยภาพและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของประเทศมหาอำนาจ โดยครึ่งปีแรกของปี 2569 การส่งออกไทยยังขยายตัวได้ 17.6% แม้ว่าการนำเข้าจะขยายตัวสูงกว่าการส่งออก ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าในช่วงครึ่งปีแรก แต่การประเมินสถานการณ์ไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขขาดดุลเพียงอย่างเดียว หากต้องวิเคราะห์ คุณภาพของการค้า และ โครงสร้างของการนำเข้าและการส่งออก ควบคู่กัน เพราะจะสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจที่แท้จริงมากกว่า
ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สะท้อนว่า การนำเข้าของไทยกว่า 72% อยู่ในกลุ่ม สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป รวมถึง สินค้าทุน ซึ่งเป็นวัตถุดิบ ชิ้นส่วน เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตและการลงทุน ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วนเพียงประมาณ 9% ของการนำเข้าทั้งหมด ในกลุ่มสินค้าที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ อุปกรณ์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องจักรกล และวัตถุดิบสำหรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนว่าการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับการลงทุน การเพิ่มกำลังการผลิต และการเตรียมวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตและการส่งออกในอนาคต มากกว่าการนำเข้าเพื่อการบริโภคเพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน หากพิจารณาด้านตลาดส่งออก จะเห็นว่าการเติบโตไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในตลาดใดตลาดหนึ่ง แต่มีการกระจายตัวไปยังหลายภูมิภาค ทั้งตลาดหลักและตลาดใหม่ โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา ที่ยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ อาเซียน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ต่างมีการเติบโตในระดับที่น่าพอใจ อีกทั้งตลาดรองหลายแห่ง เช่น ออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา และเอเชียใต้ ก็ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการกระจายความเสี่ยงและปรับตัวท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ด้านโครงสร้างสินค้า การส่งออกของไทยได้รับแรงสนับสนุนจากสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่สินค้าเกษตรหลายรายการยังเผชิญแรงกดดันจากราคาสินค้าและภาวะตลาดโลก สะท้อนว่าโครงสร้างการส่งออกของไทยกำลังปรับตัวไปสู่สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Global Value Chain ไปสู่ Regional Value Chain จากผลของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของภาคธุรกิจโลก ประเทศไทยจึงไม่ได้แข่งขันเฉพาะด้านการส่งออกอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันเพื่อเป็นฐานการผลิต การลงทุน และศูนย์กลางของห่วงโซ่มูลค่าในภูมิภาค
ดร.พจน์ กล่าวว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าอาจเป็นภาพที่ต้องติดตามในระยะสั้น แต่สิ่งที่ตัวเลขกำลังสะท้อนในระยะยาว คือการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านตลาดส่งออก โครงสร้างสินค้า และการลงทุน โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขดุลการค้ากลับมาเป็นบวก แต่คือการรักษาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ประธานหอการค้าไทย กล่าวอีกว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังปรับโครงสร้าง ไทยควรเร่งสร้างแต้มต่อผ่านนโยบายที่เชื่อมโยง การค้า การลงทุน และอุตสาหกรรม เข้าด้วยกัน โดยเร่งเดินหน้าการเจรจา ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ และการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยเฉพาะ ไทย–สหภาพยุโรป (EU) และ ไทย–สหราชอาณาจักร (UK) เพื่อเปิดตลาดใหม่ ลดอุปสรรคทางการค้า และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมกันนี้ ภาครัฐควรเดินหน้าดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างเครือข่ายการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ และการเข้าถึงตลาดในระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยใน Regional Value Chain และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว นอกจากนี้ ภาครัฐควรรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระบบการค้าโลก ด้วยการกำกับดูแลเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าและการใช้สิทธิทางการค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมอำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน
ดร.พจน์ ย้ำว่า ประเทศไทยต้องมองการค้าและการลงทุนเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะการส่งออกที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากการมีฐานการผลิตที่เข้มแข็ง การลงทุนที่มีคุณภาพ การเปิดตลาดใหม่ผ่าน FTA และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าของภูมิภาค หากเราสามารถใช้จังหวะของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่ ก็จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
相关阅读
- 不用一滴油做出的排骨:炖出来的红烧排骨
- 《高血压》:富含类黄酮的浆果、苹果、梨和葡萄酒对血压水平有积极影响
- PS会员减PS5捆绑包套拆饱漏 附带两年三档会员
- 腾讯企鹅号App即将发布,宣布平台三大升级
- 洋山口岸海运智利车厘子密集抵港 边检机关抵前查验助鲜果高效入境
- 3400万年前大气中二氧化碳浓度的下降在地球气候变冷中发挥重要作用
- 文成旅游好食攻略 文成县有甚么好吃的特产
- 《神将三国》带您谋定齐国
- 中国原研抗癌新药走出国门 用于治疗淋巴瘤
- 《自然通讯》:地球系统的临界点触发了5500万年前极端气候变化
- 华硕华擎部分主板已推出新BIOS 支撑英特我新一代措置器
- 《暗乌4》主题头像上线战网客户端 包露莉莉丝等
- ChatGPT提示工程技术有哪些?
- 利奇马台风姑苏受影响闭园景区汇总 姑苏远几天气候
- 《赤痕:夜之典礼》联动《王国:两位君主》 主题舆图14日上线
- 《空战猎鹰》齐新DLC“北海巨妖(The Kraken)”免费公布!
- 欧冠角球统计:皇马场均7.4个 国米场均6.2个
- 《胡念天下》足游本周更新,半价转职活动齐服开放
- 《辐射76》第三赛季新故事“The Scribe of Avalon”民宣:12月15日正式上线
- 第一人称fps射击游戏保举 热血枪战游戏
